การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Storyline ร่วมกับการตั้งคำถาม WH-Questions ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
DEVELOPMENT OF LEARNING ACTIVITIES USING THE STORYLINE TECHNIQUE COMBINED WITH WH-QUESTIONS TO ENHANCE ENGLISH READING COMPREHENSION ABILITY OF 6TH GRADE HIGH SCHOOL STUDENTS
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Storyline ร่วมกับการตั้งคำถาม WH-Questions ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิค Storyline ร่วมกับการตั้งคำถาม WH-Questions ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาด้วยการสุ่มแบบกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจจำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว
ผลการวิจัยพบว่า 1) ศึกษาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Storyline ร่วมกับการตั้งคำถาม WH-Questions ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.63/87.31 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) นักเรียนมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
This research aimed to 1) study the effectiveness of learning activities using the Storyline technique with WH-Questions to promote English reading comprehension for Mathayom 6 students according to the 80/80 criterion, 2) compare English reading comprehension ability using the Storyline technique with WH-Questions to promote English reading comprehension ability before and after studying, and 3) study students’ satisfaction with the learning activities. The sample consisted of 31 Mathayom 6/3 students of Nongphok Wittayalai School, second semester, academic year 2024, selected by cluster random sampling using the classroom as the sampling unit. The research instruments included 1) lesson plans, 2) English reading ability test, and 3) a 10-item satisfaction questionnaire. The statistics used for data analysis included percentage, mean, standard deviation, and one-group t-test.
The research results found that 1) the study of the efficiency of learning activities using Storyline technique together with asking WH-Questions that promoted the ability to read English for comprehension of Mathayom 6 students had an efficiency equal to 87.63/87.31 which was higher than the specified criteria. 2) Students had an ability to read English for comprehension after studying higher than before studying with statistical significance at the 0.5 level. 3) Students had overall satisfaction with the development of learning activities at a high level.
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
นิธิวรรณ นุชน้อย. (2560). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสตอรี่ไลน์ที่มีต่อทักษะการใช้ภาษาไทยและเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ภูมินทร์ เหลาอำนาจ. (2556). การศึกษาผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ของนักศึกษาวิชาเอกภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร. 15(1). 71-76.
โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย. (2567). รายงานประเมินตนเองตามบทบาทหน้าที่ : SAR โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย 2567. ร้อยเอ็ด : โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย.
วรมณี ไชยคำมิ่ง. (2561). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการเรียนรู้แบบ Story line. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
วรรณิษา เหลี่ยงตระกูลชัย และสรณบดินทร์ ประสารทรัพย์. (2563). ผลของการสอนด้วยวิธี Storyline ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารราชพฤกษ์. 18(3). 102–111.
สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ. (2559). การอ่านและการพัฒนาทักษะการอ่าน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ศึกษา.
Bell, S., & Fifield, K. (1998). Introduction to the Storyline method. Glassgow : Scotland Jordanhill College.
Ketsuwan, N. (2023). The development of English reading comprehension and summary writing abilities using CLIL and the 5W1H question techniques for Mathayomsuksa 4 students. Kasem Bundit Journal of Social Sciences. 4(2). 115-125.
Smith, F. (1988). Understanding reading: A psycholinguistic analysis of reading and learning to read. 4th ed. USA : Lawrence Erlbaum.