การพัฒนาทักษะครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวมสำหรับเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนบ้านโนนทันวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5

TEACHER SKILL DEVELOPMENT IN INCLUSIVE LEARNING MANAGEMENT FOR CHILDREN WITH SPECIAL NEEDS AT BAN NON THAN WITTAYA SCHOOL KHON KAEN PRIMARY EDUCATION SERVICE AREA OFFICE 5

  • สถิตย์ จันดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น
  • เชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวม 2) พัฒนาครูให้มีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเรียนรวม 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าต่อการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวม และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของครู การดำเนินงานใช้วิธีการวิจัยปฏิบัติการ) ตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart โดยดำเนินงานเป็น 2 วงรอบ คือ 1) การประชุมเชิงปฏิบัติการ 2) การนิเทศภายใน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือครูผู้สอนในโรงเรียนบ้านโนนทันวิทยา จำนวน 5 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบทดสอบวัดความรู้ แบบประเมินความสามารถ แบบสังเกตและแบบประเมินความพึงพอใจของผู้รวมศึกษาค้นคว้า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย


ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินการพัฒนาในวงรอบที่ 1 ใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับ การนิเทศภายใน ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า 5 คน มีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนประชุมเชิงปฏิบัติการอยู่ที่ร้อยละ 31.00 และหลังประชุมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 59.00 แสดงให้เห็นว่าครูทุกคนมีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวม ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าทุกคนสามารถจัดทำแผนได้ครบถ้วน ถูกต้อง ค่าเฉลี่ยรวม 4.35 อยู่ในระดับดี วงรอบที่ 2 ใช้กลยุทธ์การให้คำชี้แนะและการนิเทศภายใน เพื่อติดตามและยกระดับทักษะการจัดกิจกรรมของผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าที่ยังไม่ผ่าน ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าสามารถจัดกิจกรรมครบทั้ง 7 ขั้นตอนได้ ค่าเฉลี่ยรวม 4.08 อยู่ในระดับดี แสดงถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ด้านความพึงพอใจ ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะครู ค่าเฉลี่ย 4.59 อยู่ในระดับมากที่สุด ขณะที่นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของการจัดการเรียนรู้


This study aimed to achieve four objectives: 1) to develop teachers’ knowledge and understanding of inclusive learning management, 2) to enhance teachers’ skills in organizing inclusive learning activities, 3) to examine the satisfaction of the research participants toward inclusive learning management, and 4) to investigate students’ satisfaction with the teachers’ instructional practices. The research was conducted using an action research approach based on the framework of Kemmis and McTaggart (1988) and was implemented in two cycles: 1) a workshop and 2) internal supervision. The sample group consisted of 5 teachers from Ban Non Than Wittaya School, selected through purposive sampling. The research instruments included a knowledge test, a competency assessment form, an observation form, and a satisfaction questionnaire for the participants. Data were analyzed using descriptive statistics, specifically the mean.


The results of the study revealed that: In the first cycle, a combined strategy of workshops and internal supervision was implemented. The five participants exhibited a substantial improvement in their knowledge and understanding of inclusive learning management. The average pre-workshop score was 31.00 percent, which increased to 90.00 percent post-workshop, reflecting a 59.00 percent gain. These results indicate a statistically significant enhancement in all participants’ comprehension of inclusive learning management. Regarding lesson planning, all participants were able to develop complete and accurate inclusive learning management plans, with an overall mean score of 4.35, evaluated at a good level. In the second cycle, a coaching strategy integrated with internal supervision was employed to monitor and further enhance the instructional skills of participants who had not yet met the expected standards. Findings revealed that participants successfully implemented all seven steps of the learning activities, achieving an overall mean score of 4.08, also rated at a good level, demonstrating concrete and continuous professional development. Concerning satisfaction, participants reported the highest level of satisfaction with the teacher skill development process, with a mean score of 4.59, whereas students indicated the highest level of satisfaction with the learning process, with a mean score of 4.61. These findings underscore the effectiveness and quality of inclusive learning management practices.

References

กิจสุพัฒ บังวรรณ. (2566). การพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรวมด้วยกิจกรรมเสริมหลักสูตร: ห้องเรียนเสมอภาคเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพลเมืองเข้มแข็งสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์. (2551). การบริหารงานวิชาการและการนิเทศภายในสถานศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. ปัตตานี : ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานวิทยาบริการ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

ประสิทธิ์ ฤทธิ์รุ่ง. (2561). การนิเทศติดตามการสอนและการใช้เทคนิคการติดตามเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วิชาการ.

พนิดา บำรุงกิจ. (2562). บทบาทของการนิเทศติดตามในกระบวนการพัฒนาครูและการประเมินผลการเรียนการสอนในระดับโรงเรียน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์การศึกษาร่วม.

พระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน2568. จาก https://www.moe.go.th/wp-content/uploads/ 2022/01/MOE-Authority.pdf

พูนสุข พงษ์วชิระกุล. (2560). การจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวมในโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เอการศึกษา.

ภัทรนันท์ อิงภู. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนกับการบริหารจัดการศึกษาแบบเรียนรวมในโรงเรียนแกนนจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.

วิจารณ์ พานิช และปิยาภรณ์ มัณฑยจิตร. (2563). การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสยามกัมมาจล.

Kemmis & McTaggart, R. (1988). The Action research planner. 3rd ed. Geelong : Deakin University, Austra.
Published
2025-10-14
How to Cite
จันดี, สถิตย์; ศรีสง่าชัย, เชิดศักดิ์. การพัฒนาทักษะครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวมสำหรับเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนบ้านโนนทันวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, [S.l.], v. 9, n. 2, p. 95-106, oct. 2025. ISSN 2730-2644. Available at: <https://ojs.mbu.ac.th/index.php/jbpe/article/view/2912>. Date accessed: 22 may 2026.