การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของอาจารย์วิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

Human Resource Development Affecting The Performance of Teachers in Private Colleges in Bangkok Metropolitan Area

  • ธีรเดช สนองทวีพร

Abstract

                      การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลประกอบด้วย เพศ อายุ คุณวุฒิ ประสบการณ์ในการสอน และรายได้ต่อเดือนที่มี ความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของอาจารย์วิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาความสัมพันธ ์ระหว่างปัจจัยด้านกิจกรรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับ ผลการปฏิบัติงานของอาจารย์วิทยาลัยเอกชนในเขต กรุงเทพมหานคร 3) เพื่อเสนอแนะปัจจัย และรูปแบบ กิจกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะส่งผลต่อ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการปฏิบัติงานของอาจารย์ วิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครการวิจัยครั้งนี้เป็น การวิจัย เชิงปริมาณ (Quantitative Research) เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสอบถามนำไปเก็บรวบรวมจากกลุ่ม ตัวอย่างที่เป็นอาจารย์ประจำคณะของวิทยาลัยเอกชน ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 212 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะหข์อมลู คือ การแจกแจงความถี่ (Frequency) ค่ารอยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์  ค่า t-test และการวิเคราะห์หาความแปรปรวนแบบ ทางเดียว One Way Analysis of Variance (F-test) วิเคราะห์ค่าสัม ประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Correlation) และวิเคราะห์สมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์พหุคูณ แบบเป็นขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression) ผลการวิจัย พบว่า อาจารย์วิทยาลัยเอกชนที่มี เพศ ประสบการณ์ในการสอน คุณวุฒิ และรายได้ต่อ เดือนต่างกันมีการปฏิบัติงานไม่แตก ต่างกัน ซึ่งไม่ สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนอาจารย์วิทยาลัยเอกชนที่มีอายุต่างกันมีการปฏิบัติงานแตกต่างกัน อย่างมี นัยสำคญั ที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์ตัวแปรปัจจัยด้าน กิจกรรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ของอาจารย์วิทยาลัย เอกชนในเขตกรุงเทพมหานครอย่าง มีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 โดยตัวแปรปัจจัยด้าน กิจกรรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สามารถอธิบายความ แปรปรวน ของการปฏิบัติงานของอาจารย์วิทยาลัยเอกชน ได้ประมาณร้อยละ 70.50 (Adjust R2 = .705) ที่เหลือ อีกร้อยละ 29.50 เป็นผลจากตัวแปรอื่นๆ ที่ไม่ได้นำมา พิจารณาซึ่งนำค่าสัมประสิทธ์ิของตัวพยากรณ์มาเขียน สมการได้ดัง  นี้สมการพยากรณ์การปฏิบัติงานของอาจารย์ วิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครเท่ากับ .299 ใน กิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพ (X4) เท่ากับ .226 ในกิจกรรม การฝึกอบรม (X1) เท่ากับ .172 ในกิจกรรมพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม (X6) เท่ากับ .163 ในกิจกรรม การศึกษาของบุคลากร (X2) เท่ากับ .159 ในกิจกรรมการพัฒนาคณะและหน่วยงาน (X5) เท่ากับ .137 ในกิจกรรมการพัฒนาบุคลากร (X3) เท่ากับ .136 ในกิจกรรมการสร้างความ สัมพันธ์ในนองคกร์ (X7)
                       ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งนี้ มีดังต่อไปนี้ 1. ผู้บริหารควรส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพแก่ อาจารย์ในวิทยาลัยของตนเองอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน การประเมิน สมรรถนะ (Competency) ในงานที่ ปฏิบัติ  และการจัดให้มีระบบสารสนเทศภายในเพื่อการเรียนรู้ด้วย ตนเองเนื่องจากมีความสำคัญต่อผลการปฏิบัติงานของ อาจารย์ในลำดับต้น ๆ 2. ผูบ้ ริหารควรส่งเสริมกิจกรรมการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกันด้วยเพื่อให้ เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นใน ภาพรวมของทั้งองค์กร 3. ผู้ปฏิบัติงานควรทุ่มเทในการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง ทั้งในด้านการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานให้เกิดความรู้ความเข้าใจและใช้ในการ ถ่ายทอดแนะนำแก่อาจารย์ใหม่ ควรพัฒนาการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อนำ มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน รวมถึงต้องรู้จักการกำหนดทิศทางในการทำงาน และวางแผนความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตนเอง 4. ผู้บริหารวิทยาลัย ควรมีการส่งเสริมให้พนักงานได้รับการ ฝึกอบรม การฝึกทักษะด้านการวิธีคิดเชิงระบบ ควรเปิด โอกาสให้อาจารย์มีการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันในการ ปฏิบัติงานควรมีการนำประเด็นต่าง ๆ มาพิจารณาทบทวน ร่วมกัน เพื่อปรับปรุง และพัฒนาการปฏิบัติงานด้านการ เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม 5. ผูบ้ ริหารควรมีการสนับสนุนใน ด้านงบประมาณ เพื่อให้มีทุนการศึกษาแก่อาจารย์ที่ต้องการ จะศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้อาจารย์ที่ได้รับการส่งเสริมให้ ศึกษาต่อกลับมาทำงานให้กับวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น


 Abstract
                     The purposes of this research were 1) to study the demographic profiles consisting of sex, age, teaching experience, educational level, and income per month, which affect the performance of lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area 2) to study the relationship between the factors of the human resource development activities and the performance result of lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area and 3) to suggest the factors and forms of human resource management activities affecting the effectiveness and efficacy of the performance lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area. The researcher applied the quantitative research method in conducting this study, and collected the primary data with the questionnaire from 212 samples who are lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area. The statistics used in this study are Frequency, Percentage, Mean, Standard Deviation, t- test, One Way Analysis of Variance (F-test),Pearson Correlation, and Stepwise Multiple Regression.
                    The research results was found that lecturers with different sex, teaching experience, educational level, and income per month have the same performance, while lecturers with different age have different performance with the statistical significance at .05 level. The research results was found that the factors of human resource development activities affect the performance of lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area with the statistical significance at . 01 level. The factors of human resource development activities can describe the variance of the performance of lecturers in private colleges at 70.50% (Adjust R2 = .705), and the rest 29. 50% is the results of other factors which are not taken into consideration in this study. The equation forecasting the performance of lecturers in private colleges in Bangkok Metropolitan Area is Yˆ = .299 in the occupation development activity (X4) = .226 in the training activity ( X1 ) = . 172 in the moral and ethics development activity (X6) = .163 in the personnel’s education activity (X2) = .159 in the department development activity (X5) = .137 in the personnel development activity ( X3 ) and = . 136 in the relationshipbuilding activities in the organization
(X7).
                   The research recommendations are as follows: the executives should support the occupation development activity for lecturers in their colleges seriously and continually, especially to create the operation manual and the work competency evaluation, and also provide the internal information system for self- learning due to the reason that this is primarily important to the performance of lecturers. In addition, the executives should meanwhile support other human development activities for developing the working effectiveness of the overall organization, lecturers should dedicate themselves to develop these activities; to create the operation manual for new lecturers, to modernize the information system to be applied in working, and to set the working direction and to plan the personal advance in working, the executives should support training activities about systemetic thinkimg and should give the chance to create a shared vision to be applied in working. Moreover, the executives should be supported in the budget to provide scholarships budget to lecturers who would like to learn more so that lecturers received scholarships to continue their education to work for the college more effectively.

Published
2018-02-21
How to Cite
สนองทวีพร, ธีรเดช. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของอาจารย์วิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสาร บัณฑิตศาส์น, [S.l.], v. 15, n. 2, p. 89-100, feb. 2018. Available at: <http://ojs.mbu.ac.th/index.php/ju/article/view/72>. Date accessed: 18 feb. 2019.