การศึกษาเชิงวิเคราะห์วิญญาณฐิติ 7 ในพุทธศาสนาเถรวาท

An Analytical Study of Vinnanatthiti in Theravada Buddhism

  • ทรงศักดิ์ เทพสุวรรณวร

Abstract

บทคัดย่อ
             วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษา หลักคำสอนเรื่องวิญญาณ 2) เพื่อศึกษาวิญญาณ ฐิติ 7 ในพุทธศาสนาเถรวา 3) เพื่อวิเคราะห์ความ สัมพันธ์ของวิญญาณฐิติ 7 ในพุทธศาสนาเถรวาท โดยศึกษาจากเอกสารปฐมภูมิ คือ พระไตรปิฎก อรรถกถา และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ผลการวิจัยพบว่า
              วิญญาณฐิติ 7 นั้น หมายถึง ที่ตั้งแห่งวิญญาณ วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งแห่งอารมณ์ ฐิติแปลว่า ที่ ตั้ง หรือหมายถึง ร่างกายนี้เอง คำอธิบายในพระ ไตรปิฎกว่า คือ สัตว์ที่มีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน เป็นวิญญาณฐิติที่ 1 ถือได้ว่า วิญญาณ คือ ความรู้ แจ้งอารมณ์อันเป็นคำกลางๆ แต่จะเรียกแตกต่าง กันออกไปตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง นั้นคือ วิญญาณใน ร่างกาย เมื่อแยกกันทำหน้าที่แต่ละอย่าง แต่ละขณะ และแต่ละหน้าที่ในช่วงข้ามภพข้ามชาติ มีคำเรียก จุติจิต ปฏิสนธิจิต หรือ จุติวิญญาณ ปฏิสนธิวิญญาณ ในอรรถกถามโนรถปูรณีว่า วิญญาณฐิติ คือ ที่ตั้งของ ปฏิสนธิวิญญาณ แปลว่า ภูมิที่ตั้งของวิญญาณ ถือ หลักตามพระพุทธพจน์ คือ สัตว์ประเภทต่างๆ มี ชั้นสูงชั้นตํ่า มีความหยาบและความละเอียดต่างกัน แยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 7 ประเภท โดยมีกรรมเป็น ปัจจัยจำแนกสัตว์ให้เลวหรือประณีต ในทางพุทธศาสนามีคำสอนที่ช่วยให้ไม่ตกไปสู่ วิญญาณฐิติชั้นตํ่าที่เป็นวินิบาต และคำสอนที่ให้ เลื่อนขั้นมาอยู่ในวิญญาณฐิติระดับสูงคือ พรหมภูมิ ก็ด้วยการขวนขวยในกุศลกรรมเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ใช่ สิ่งที่จะประกันถึงความสิ้นทุกข์ได้ จึงต้องอาศัย การ ฝึกตนด้วยวิปัสสนากรรมฐาน จนเกิดปัญญา คือ วิปัสสนาญาณ เป็นต้น จึงจะเป็นกระบวนการที่นำ ไปสู่ความพันทุกข์อันเป็นที่สุดได้
               การศึกษาเรื่องวิญญาณฐิติ 7 จึงมีประโยชน์ต่อ สังคมไทย ที่ควรส่งเสริมให้มีการสอนและเผยแผ่ให้ เป็นที่รู้จักและมีความเข้าใจในสังคมไทย โดยอาศัย การสนับสนุนจากหลายฝ่าย คือ รัฐบาล วัด โรงเรียน ชุมชม เปน็ ตน้ ก็จะสามารถนำมาซึ่งความมุง่ กระทำ ดีต่อกันในสังคม ไม่เบียดเบียนประทุษร้ายต่อกัน ทำให้สังคมเกิดความสงบสุข เปี่ยมด้วยสันติภาพ


ABSTRACT
               The thesis objectives were the follows: (1) to study the teachings on Viññāõa, (2) to study Viññāõathiti in Theravada Buddhism, and (3) to analyze the relation of Viññāõathiti in Theravada Buddhism. The data were mainly collected from the Tipitaka, Commentaries and related documents. The results of research were found that: 
               Viññāõathiti means location of mind. Viññāõa is a general consciousness. Thiti is location or body. According to the Tipitaka, beings with different bodies have different thoughts, which are the first item of Viññāõathiti. Therefore, Viññāõa means a general consciousness and it may be called differently depending on different related factors, such as bodily consciousness. When this consciousness functions across life or existence, it is called death consciousness and rebirth consciousness. In Manorathapurani commentary, Viññāõathiti means the location of rebirth consciousness meaning that the location of consciousness. Referring Buddha’s words, beings are different in roughness and fineness classified in to 7 types according to their kamma.
               In Buddhism, there is a teaching to protect beings not falling into the lower Viññāõathiti called place of suffering and there is a teaching to reach the higher Viññāõathiti called divine existence. The divine existence can not guarantee the end of one’s sufferings. Training oneself in Insight meditation until attaining Vipassanāñāõa, etc. Then, the procedure leading to the end of suffering will occur.
               The study on Viññāõathiti is valuable to Thai society. It should be promoted in learning, practicing and propagating to people for their understanding with the support of government, temples, schools, etc. As a result, it can bring good and non-violent activities to each other. Our society will be full of happiness and peace.

Author Biography

ทรงศักดิ์ เทพสุวรรณวร

ศน.ม. สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

Published
2018-02-20
How to Cite
เทพสุวรรณวร, ทรงศักดิ์. การศึกษาเชิงวิเคราะห์วิญญาณฐิติ 7 ในพุทธศาสนาเถรวาท. วารสาร บัณฑิตศาส์น, [S.l.], v. 14, n. 1, p. 24-32, feb. 2018. Available at: <http://ojs.mbu.ac.th/index.php/ju/article/view/45>. Date accessed: 18 feb. 2019.