ปัญญารู้แจ้งสภาวธรรมปัจจุบันขณะในการเจริญวิปัสสนาภาวนา

Paññā (Insight) into the Phenomena of Present Momentin Vipassanā-bhāvanā

  • นฤมล อภินิเวศ

Abstract

บทคัดย่อ
           วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาวธรรมปัจจุบันขณะในคัมภีร์ พระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาการเจริญ วิปัสสนาภาวนาในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท และ 3) เพื่อศึกษาปัญญารู้แจ้งสภาวธรรมปัจจุบัน ขณะในการเจริญวิปัสสนาภาวนา โดยเป็นการวิจัย เชิงเอกสารที่ศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา คัมภีร์และตำราต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สรุปวิเคราะห์ เรียบเรียงบรรยายเชิงพรรณนา และตรวจสอบโดย ผู้เชี่ยวชาญผลการศึกษาพบว่า
           สภาวธรรมปัจจุบันขณะ คือสภาวธรรมที่เป็น ปัจจุบันของขันธ์ 5 หรือรูปนาม ที่ปรากฏขึ้นเฉพาะ หน้า คำว่า ปัจจุบันขณะจำแนกเป็น 3 ประเภทคือ 1) ปัจจุบันโดยขณะ เมื่อจิตดวงหนึ่งๆ ถึงขณะทั้ง 3 คือ เกิด ขึ้น ตั้งอยู ่ และดับไป รวมถึงขณะจิตหนึ่งๆ ในวิถีจิตที่ เกิดดับติดต่อกันนั้นมีแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ เดียวเท่าทันที่ทรงหยั่งเห็นดังกล่าวได้ 2) ปัจจุบันโดย สันตติ ที่นับเนื่องด้วยกระแสรูป 1-2 วิถีจิตและกระแส นาม 2-3 วิถีจิตในช่วงนี้จิตรับรู้อารมณ์โดยปรมัตถ์ เทา่ นั้น และรูเ้ ห็นเทา่ ทันความเกิดดับของสภาวธรรมได้ ชัดเจน 3) อัทธาปัจจุบัน คือ ปัจจุบันที่ยาวกว่า 2 ช่วง แรกออกไป
           การเจริญวิปัสสนาภาวนามี 4 แบบ ได้แก่ 1) สมถปุพพังคมวิปัสสนาภาวนา 2) วิปัสสนาปุพพังคม สมถภาวนา 3) สมถวิปัสสนายุคนัทธภาวนา และ 4) ธัมมุทธัจจวิคคหิตมานัส การกำหนดรู้อย่างเท่า ทันสภาวธรรมปัจจุบันขณะ มีความสอดคล้องตาม วิธีปฏิบัติแบบที่ 2 คือการเจริญสมถะมีวิปัสสนาเป็น เบื้องต้น โดยการเจริญวิปัสสนาขณิกสมาธิ เมื่อเจริญ ได้จนจิตไม่ซัดส่ายและแนบอยู่กับอารมณ์ปัจจุบันที่ กำหนดรูอ้ ยู ่ สงบจากนิวรณ ์ และมีกำลังเทียบเทา่ กับ อุปจารสมาธิแล้ว จึงกำหนดรู้รูปนามตามลำดับของ โลกียปริญญา 3
          ปัญญารู้แจ้งสภาวธรรมปัจจุบันขณะในการ เจริญวิปัสสนาภาวนา ย่อมเกิดขึ้นหลังจากการ กำหนดรูรู้ปนามดว้ ยโลกียปริญญา 3 โดยเปน็ การละ ธรรมหรือต้นเหตุต่างๆ อันเป็นเครื่องปิดกั้นสภาวธรรม ความเป็นจริงของรูปนามได้โดยลำดับเริ่มด้วย 1) ญาตปริญญากอ่ ใหเ้ กิดปญั ญารูแ้ จง้ ลำดับที่ 1 นามรูป ปริจเฉทญาณ ถึงลำดับที่ 2 ปัจจยปริคคหญาณญาณ ทั้งสองนี้เป็นการเริ่มต้นการละสักกายทิฏฐิ และการ หยั่งเห็นอนัตตลักษณะของรูปนาม 2) ตีรณปริญญา ก่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งลำดับที่ 3 สัมมสนญาณ คือ ประจักษช์ ัดพระไตรลักษณ ์ และเมื่อรูชั้ดความเกิดดับ ของรูปนามแบบสันตติขาดและรูเ้ ทา่ ทันวิปสั สนูปกิเลส เป็นปัญญารู้แจ้งลำดับที่ 4 อุทยัพพยญาณ และ 3) ปหานปริญญาก่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งลำดับที่ 5 ภังคญาณ ถึงลำดับที่ 12 อนุโลมญาณ โดยภังคญาณ เป็นการรู้ชัดอนิจจลักษณะมากที่สุดลำดับที่ 9 มุญจิตุกัมยตาญาณเป็นการรู้ชัดทุกขลักษณะมาก ที่สุด เมื่อจิตวางเฉยมีใจเป็นกลางในรูปนามได้ เป็น ปัญญารู้แจ้งลำดับที่ 11 สังขารุเปกขาญาณ ลำดับ ที่ 12 อนุโลมญาณจะเกิดติดตามมาและนำไปสู่การ ปรากฏแห่งมรรคได้


 Abstract
           This thesis consists of three objectives: 1) tos tudy the phenomena of presentmomen tin Theravāda Buddhist Scriptures,2 )to study the practice of Vipassanā-bhāvanā in Theravāda Buddhist Scriptures, and3) to study Paññā (Insight) into the phenomena of present moment in Vipassanā-bhāvanā. The thesis is based on documentary research bystudying the Tipiṭaka, Aṭṭhakathā, Ṭīkā, as well as other related scriptures and textbooks, and presenting the findings in a descriptive narrative with subsequent verification by Buddhist scholars. The following highlights the research findings.
           The phenomena of present momentare the present moment of the Five Aggregates or Rūpa-Nāma. The present moment is comprised of three kinds, namely, 1) Present by moment includes one mind-moment (Citta) reaches the three moments of arising, presence, and dissolution, as well as a thought moment (Citta Khaṇa) in a thought process (Citta Vīthi). Only the Buddha can perceive this present state of mind.2) Present by continuity, which includes Rūpa continuity consisting of 1-2 rounds of the five sense-door process and Nāma continuity consisting of 2-3 rounds of the mind-door process, this present state, the mind is only aware of the ultimate reality and clearly perceives the arising and disappearing of phenomena. And 3) Present by extent is the present moment that extents from the first two kinds.
           The practice of Vipassanā-bhāvanā is divided into 4 types, namely: 1) Samatha- Pubbaṇgamam-Vipassanā-Bhāvanā, 2) Vipassanā-Pubbaṇgamam-Samādha- Bhāvanā, 3) Samatha-Vipassanā-Yuganaddha- Bhāvanā,and 4) Dhammudhacca-Viggahito- Mānassa-Bhāvanā. The observation of the present phenomena is harmonized with the second type, which is the practice of tran quil ity pre ceded by insight,specifically, ‘Vipassanā-Khaṇika-Samādhi’(Vipassanā based on momentary concentration). When the mind is steadfast, calm and free from the Five Hindrances, and becomes powerful as Upacāra Samādhi (Access Concentration), then the mind can observe Rūpa-Nāma by Lokiya-Pariññā (Three kinds of mundane full-understanding), namely, Ñāta-Pariññā (Full-understanding as the known), Tiraṇa-Pariññā (Full-understanding as investigation), and Pahāna-Pariññā (Full-understanding as abandoning).
          The Paññā (Insight) into the phenomena of present momentin Vipassanā-bhāvanā will occur after observing the phenomena throughLokiya-Pariññāby abandoning all causes that hide the ultimate reality of phenomena in sequence. 1) Ñāta-Pariññā extends from the insight knowledge of the 1st Namarupapariccheda-Ñāṇa,the discrimination into mind and matter, up to the 2nd Paccayapariggaha-Ñāṇa, the knowledge of conditionality. These two Ñāṇas are the beginning of abandonselfillusion and the perception of non-self. 2) Tiraṇa-Pariññāextends from the 3rd Sammasana-Ñāṇa, the knowledge of comprehension of the Three Universal Characteristics,up to the 4th Udayabbaya -Ñana, the knowledge of arising and dissolutionas well as realizing the ten imperfections of insight. And 3) Pahāna- Pariññā extends from the 5th BhangaÑāṇa, the knowledge of dissolution,up until the 12th Anuloma-Ñāṇa, the conformity knowledge. Bhanga-Ñāṇais where a climax of perception of impermanenceis reached. The 9th Muncitukamyata-Ñāṇais where the suffering of formations reaches a peak. The 11thSankharupekkha-Ñāṇa is when  the knowledge of equanimity reaching the culmination. Then Anuloma-Ñāṇawill occur and can lead to the path knowledge or Magga-Ñāṇa.

Author Biography

นฤมล อภินิเวศ

นิสิตระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม

Published
2018-02-20
How to Cite
อภินิเวศ, นฤมล. ปัญญารู้แจ้งสภาวธรรมปัจจุบันขณะในการเจริญวิปัสสนาภาวนา. วารสาร บัณฑิตศาส์น, [S.l.], v. 13, n. 2, p. 65-75, feb. 2018. Available at: <http://ojs.mbu.ac.th/index.php/ju/article/view/38>. Date accessed: 19 feb. 2019.