ศึกษาสุจริต 3 ในการเจริญวิปัสสนาภาวนา ตามแนวสติปัฏฐาน 4

  • พระสิทธิภัสร์ สิทฺธิเตโช

Abstract

บทคัดย่อ
          วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อศึกษาสุจริต 3 ในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาท เพื่อศึกษาการเจริญวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏ ฐาน 4 และเพื่อศึกษาสุจริต 3 ในการเจริญวิปัสสนา ภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน 4 โดยการศึกษาข้อมูล จากคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท คือ พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และคัมภีร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คัมภีร์วิสุทธิมรรค เป็นต้น โดยนำข้อมูลมาเรียบเรียง บรรยาย ตรวจสอบความถูกตอ้ งโดยผูเ้ ชี่ยวชาญ จาก การศึกษาพบว่า
          สุจริต 3 ในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาทได้แก่ กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย มี 3 อย่าง คือ เว้นจากฆ่าสัตว์ เว้นจากลักทรัพย์ เว้นจากประพฤติ ผิดในกาม, วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา, มี 4 อย่าง คือ เว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้น จากพูดคำหยาบ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ และมโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ มี 3 อย่าง คือ ไม่โลภอยากได้ ของเขา ไม่พยาบาทปองร้ายเขา เห็นชอบตาม คลองธรรม
         การเจริญวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน 4 คือ การเจริญวิปัสสนาโดยอาศัยอารมณ์วิปัสสนา เรียกว่า วิปัสสนาภูมิ คือ ขันธ์ 5 อายตนะ 12 ธาตุ 18 อินทรีย์ 22 อริยสัจ 4 ปฏิจจสมุปบาท 12 โดย สรุปได้แก่ รูป นาม เป็นแดนเกิดของปัญญา โดย ผ่านกระบวนการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน 4 คือ 1. สติเข้าไปตั้งมั่นในกาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติ ปัฏฐาน 2. สติเข้าไปตั้งมั่นในเวทนา เรียกว่า เวทนา นุปัสสนาสติปัฏฐาน 3. สติเข้าไปตั้งมั่นในจิต เรียกว่า จิตตานุปสั สนาสติปฏั ฐาน และ 4. สติเขา้ ไปตั้งมั่นใน ธรรม เรียกว่า ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
        สุจริต 3 นี้จัดเป็นอินทรีย์สังวร คือ เมื่อเห็นรูป ได้ยินเสียง ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสที่น่าชอบใจ และไม่ชอบใจย่อมไม่หลงใหล ไม่เพลิดเพลินใสสิ่ง เหล่านั้น ทำจิตใจให้มั่นคงดีไม่ยินดียินร้าย รู้แจ้ง ธรรมารมณ์ ซึ่งสุจริต 3 อันได้แก่กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริตนั้นเองที่ทำสติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์เป็น จิตที่ควรต่อการเจริญวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏ ฐาน 4


 Abstract
        This thesis has three objectives: to study Sucarita (good conduct) in the Theravāda Buddhist Scriptures, to study the practice of Satipaṭṭhāna: Four Foundations of Mindfulness taught in the Theravāda Buddhist scripture and to study how the Good Conduct can be practiced with the Four Foundations of Mindfulness. Clarified and analyzed data are taken from the Theravāda Buddhist scriptures namely, the Tipitaka, Buddhist commentaries, Tīga, and other related scriptures such as the Visuddimagga then composed, explained in details, corrected and verified by Buddhist scholars.
      According to the Theravāda Buddhist Scriptures, Sucarita or the three good conduct consist of (1) Kāya-sucarita: good conduct in act, which is to abstain from killing, stealing and adultery, (2) Vacī-sucarita: good conduct in word, which is to avoid lying, malicious speech, harsh language and frivolous talk and, (3) Mano-sucarita: good conduct in thought, which is to be without covetousness, to be free from ill-will and to possess right view.
      The Four Foundations of Mindfulness’s insight meditation bases its practice on Pañca-khandha: the Five Groups of Existence, Āyatana: 12 sense-fields, Dhātu: 18 Elements, Indriya: 22 Faculties, Ariyasacca: the Four Noble Truths and Paṭiccasamuppāda: the Dependent Origination. 
      All these practices lead to the conclusion that Nāma (mind) and Rūpa (material) are the bases for insight to arise. However, the process has to be through the Four Foundations of Mindfulness methods namely: Kāyānupassanā (contemplation of the body), Vedanāyānupassanā (contemplation of feelings), Cittānupassanā (contemplation of mind) and Dhammānupassanā (contemplation of mind-objects). Sucarita or the three good conducts are considered Indriyasamvara- sīla that one’s mind and feelings can be controlled when unwholesome course of action appear through the six senses-doors. This can be concluded that the three good conducts of act, word and thought would help perfecting the mind for the practice of the Four Foundations of Mindfulness.

Author Biography

พระสิทธิภัสร์ สิทฺธิเตโช

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Published
2018-02-19
How to Cite
สิทฺธิเตโช, พระสิทธิภัสร์. ศึกษาสุจริต 3 ในการเจริญวิปัสสนาภาวนา ตามแนวสติปัฏฐาน 4. วารสาร บัณฑิตศาส์น, [S.l.], v. 13, n. 1, p. 65-71, feb. 2018. Available at: <http://ojs.mbu.ac.th/index.php/ju/article/view/25>. Date accessed: 18 feb. 2019.